Messenger
สธ. – สสส. ขับเคลื่อนนมแม่อย่างเดียว 6 เดือน ตั้งเป้า 50% ภายในปี 2570
By : 979
04/08/2026
10
0
0
0
สธ. – สสส. สานพลังภาคีเครือข่าย ชู “One Goal, One Commitment” รวมพลังขับเคลื่อนนมแม่อย่างเดียว 6 เดือนตั้งเป้า 50% ภายในปี 70 สู่เป้าหมายประเทศไทย ปักธงสร้างระบบนิเวศเอื้อต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เดินหน้าขยายพื้นที่และมุมนมแม่กว่า 2,000 แห่งทั่วประเทศ เปิดแคมเปญ "ตำนานนมแม่" เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 3 ส.ค. 2569 ที่ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และภาคีเครือข่าย จัดงานรณรงค์ส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เนื่องในสัปดาห์นมแม่โลกและวันแม่แห่งชาติปี 2569 ภายใต้แนวคิด “Breastfeeding for a Sustainable Start in Life: Strengthen What Works” พร้อมประกาศนโยบายการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่และเป้าหมายของประเทศไทย โดยมี พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข ภาคีเครือข่ายภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และภาคประชาชน เข้าร่วมพญ.อัมพร กล่าวว่า นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และ นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้มีนโยบายมีมุ่งเน้นในการขับเคลื่อนความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งระบบบริการสุขภาพ ชุมชน สถานประกอบการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และครอบครัว เพื่อให้การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เป็นเรื่องปกติของสังคมไทย สร้าง “จุดเริ่มต้นชีวิตที่ยั่งยืน” ให้เด็กไทยทุกคน และพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพ อันเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของประเทศไทยที่กำหนดให้อัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว 6 เดือนไม่น้อยกว่า 50% ภายในปี พ.ศ.2570พญ.อัมพร กล่าวต่อว่า ได้มอบหมายให้กรมอนามัยในฐานะหน่วยงานหลัก ร่วมกับภาคีเครือข่ายภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และภาคประชาชน จัดงาน “รณรงค์ส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เนื่องในสัปดาห์นมแม่โลกและวันแม่แห่งชาติ ปี 2569” เพื่อสร้างความตระหนักรู้ให้ทุกภาคส่วนเห็นความสำคัญของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เสริมสร้างความร่วมมือของภาคีเครือข่าย และผลักดันนโยบายและมาตรการที่เอื้อต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในระบบบริการสุขภาพ สถานประกอบการ ชุมชน และครอบครัว พร้อมทั้งสร้างกระแสสังคมและขับเคลื่อนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเป็นระบบและยั่งยืน“การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เป็นการลงทุนด้านทรัพยากรมนุษย์ที่คุ้มค่าที่สุด โดยงานวิจัยชี้ว่าทุกการลงทุนเพื่อส่งเสริมให้เด็กได้กินนมแม่ 1 USD จะได้รับผลตอบแทนกลับมาสูงถึง 35 USD เพราะนมแม่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ส่งเสริมการเจริญเติบโต และพัฒนาการทางสมองของเด็ก องค์การอนามัยโลกแนะนำให้ทารกได้รับนมแม่อย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรก และได้รับนมแม่ต่อเนื่องควบคู่กับอาหารตามวัยจนถึงอายุ 2 ปีหรือนานกว่านั้น แม้อัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว 6 เดือนของประเทศไทยจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น แต่ยังต่ำกว่าเป้าหมายสากลที่กำหนดไว้ไม่น้อยกว่า 50% ภายในปี พ.ศ.2568” พญ.อัมพร กล่าวน.ส.นิรมล ราศรี ผู้อำนวยการสำนักสร้างเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ สสส. กล่าวว่า ข้อมูลจากการสำรวจสถานการณ์เด็กและสตรีในประเทศไทย โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ ร่วมกับองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย ปี 2565 พบว่า เด็กไทยอายุ 0-5 เดือนที่ได้รับนมแม่อย่างเดียวมีเพียง 28.6% โดยยังพบความแตกต่างระหว่างภูมิภาคและระหว่างเขตเมืองกับนอกเขตเทศบาล โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่สูงถึง 44.5% ขณะที่ภาคกลางอยู่ที่ 13.6% และเด็กที่อาศัยอยู่นอกเขตเทศบาลมีโอกาสได้รับนมแม่อย่างเดียวสูงกว่าเด็กในเขตเทศบาลเกือบ 2 เท่า สะท้อนว่าความสำเร็จของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับแม่เพียงลำพัง แต่ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมและระบบสนับสนุนรอบตัวทั้งครอบครัว สถานบริการสุขภาพ สถานประกอบการ ชุมชน และนโยบายที่เอื้อต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ โดยเฉพาะในบริบทสังคมเมืองที่แม่จำนวนมากต้องกลับเข้าสู่การทำงานหลังคลอด ซึ่งเป็นหนึ่งในความท้าทายของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างต่อเนื่อง จึงจำเป็นต้องร่วมกันพัฒนาระบบสนับสนุนที่เอื้อต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในทุกมิติ เพื่อให้แม่สามารถให้นมลูกได้อย่างต่อเนื่องตามคำแนะนำ"นมแม่คืออาหารเพื่อสุขภาวะชนิดแรกของชีวิต และเป็นรากฐานสำคัญของระบบอาหารเพื่อสุขภาวะตลอดช่วงชีวิต เพราะการได้รับโภชนาการที่เหมาะสมตั้งแต่แรกเกิด ไม่เพียงส่งเสริมการเจริญเติบโตและพัฒนาการของเด็ก แต่ยังช่วยลดความเสี่ยงของโรคไม่ติดต่อ (NCDs) ในอนาคต และเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าต่อการพัฒนาทุนมนุษย์ของประเทศ เพื่อให้เด็กไทยทุกคนได้เริ่มต้นชีวิตด้วยอาหารที่ดีที่สุด และเติบโตอย่างมีสุขภาวะที่ดีอย่างยั่งยืน”น.ส.นิรมล กล่าวต่อว่า สสส. ร่วมกับกรมอนามัย มูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย และภาคีเครือข่าย ขับเคลื่อนการสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ผ่านการสนับสนุนองค์ความรู้ งานวิจัย การสื่อสารสาธารณะ พัฒนาศักยภาพบุคลากรสาธารณสุขและอาสาสมัครในชุมชน ตามแนวทาง “บันได 10 ขั้นสู่ความสำเร็จการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่” รวมถึงส่งเสริมการจัดตั้งพื้นที่และมุมนมแม่ในสถานประกอบการกว่า 2,000 แห่งทั่วประเทศ เพื่อให้แม่สามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้อย่างต่อเนื่องในทุกบริบทของชีวิตในโอกาสสัปดาห์นมแม่โลกและวันแม่แห่งชาติ ปี 2569 สสส. ได้เปิดตัวแคมเปญ "ตำนานนมแม่" เพื่อสร้างการรับรู้และความเข้าใจถึงคุณค่าของนมแม่ พร้อมชวนทุกภาคส่วนร่วมสร้างสังคมที่เอื้อต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ควบคู่กับการร่วมประกาศเจตนารมณ์ "One Goal, One Commitment" ผนึกกำลังภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ ภาคประชาสังคม และชุมชน ขับเคลื่อนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว 6 เดือนสู่เป้าหมายของประเทศอ่านเนื้อหาต้นฉบับได้ที่: เว็บไซต์ Hfocus.org เจาะลึกระบบสุขภาพ
Video Thumbnail
การประชุมวิชาการ นมแม่แห่งชาติ ครั้งที่8
By : มูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย
15/06/2023
4285
0
0
0
การประชุมวิชาการ นมแม่แห่งชาติ ครั้งที่8
ถอดบทเรียนกระบวนการพัฒนาต้นแบบสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยอายุต่ำกว่า 3 ปี
Author : มูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย
04/06/2026
240
-
-
-
"คู่มือถอดบทเรียนกระบวนการพัฒนาต้นแบบสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยอายุต่ำกว่า 3 ปี" ภายใต้แนวคิดหลัก "ศูนย์เด็ก นมแม่ เลี้ยงดูคู่เรียนรู้ ด้วยรักและใส่ใจ" จัดทำขึ้นโดยความร่วมมือของมูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย กรมอนามัย และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เพื่อขับเคลื่อนการยกระดับคุณภาพสถานพัฒนาเด็กเล็กในประเทศไทย บริบทและที่มา: ประเทศไทยกำลังเผชิญวิกฤตเด็กเกิดน้อย หนังสือเล่มนี้จึงถูกเขียนขึ้นเพื่อตอบโจทย์ว่าทำอย่างไรให้เด็กที่เกิดมา "ไม่ด้อยคุณภาพ" โดยมุ่งปิดช่องว่างระบบดูแลเด็กปฐมวัยช่วงอายุ 0-3 ปี ซึ่งเป็นช่วงเวลาทองที่สมองพัฒนาสูงสุด เป้าหมายสูงสุด: เปลี่ยนประสบการณ์และทักษะหน้างานของผู้ปฏิบัติงาน (Tacit Knowledge) ให้กลายเป็นฐานความรู้สากลที่จับต้องได้ (Explicit Knowledge) เพื่อเป็น "เพื่อนร่วมทาง" ให้ศูนย์เด็กเล็กทั่วประเทศนำไปปรับใช้ได้ทันทีโดยไม่ต้องลองผิดลองถูกใหม่ กลุ่มเป้าหมาย: ผู้บริหารสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย, ครูปฐมวัย, ครูพี่เลี้ยง, บุคลากรทางการแพทย์ (แพทย์/พยาบาล) รวมถึงผู้ปกครองและชุมชน สาระสำคัญและแนวคิดหลักภายในเล่ม"เปลี่ยนนิยามคำว่าการศึกษาสำหรับเด็กเล็ก จากการนั่งเรียนในห้องแบบเดิม สู่การฝังชิปคุณภาพผ่านการเลี้ยงดูคู่เรียนรู้อย่างเอาใจใส่"

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

เราใช้คุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ หากคุณยังคงใช้ไซต์นี้ต่อไปหมายความว่าคุณยอมรับข้อกำหนดและเงื่อนไขและนโยบายความเป็นส่วนตัว.

ยอมรับ รายละเอียด
Copyright © ThaiBF All Rights Reserved.